ต้อหิน (Glaucoma)

หน้าแรก
» การบริการ » ต้อหิน (Glaucoma)

ต้อหิน เป็นโรคความเสื่อมของขั้วประสาทตา ส่งผลให้ลานสายตาหรือความกว้างของการมองเห็นแคบลงจนกระทั่งสูญเสียการมองเห็นไปทั้งหมด ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดต้อหิน ได้แก่ ความดันสูง ต้อหิน เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะตาบอดที่เกิดขึ้นทั่วโลกและเป็นการสูญเสียการมองเห็นแบบถาวรโดยไม่สามารถแก้ให้กลับคืนมาได้

serv4_1
serv4_2
 


ปัจจัยเสี่ยงของโรคต้อหิน

  • -ความดันตาสูง
  • -ประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหิน
  • -อายุมากกว่า 40 ปี
  • -เชื้อชาติ ชาวเอเชียจะมีความเสี่ยงของเกิดต้อหินมุมปิดสูงขึ้น
  • ปัจจัยเสี่ยงด้านอื่นๆ เช่น อุบัติเหตุทางตา การใช้ยาสเตียรอยด์ การอักเสบของลูกตา สายตาสั้น หรือสายตายาวมาก กระจกตาบาง โรคเบาหวาน ไมเกรน เป็นต้น

 อาการของโรคต้อหิน

    ผู้ป่วยต้อหินในระยะเริ่มต้น ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติ ไม่มีอาการปวดตา ยกเว้นผู้ป่วยต้อหินมุมปิดเฉียบพลันเท่านั้น อาการตามัวหรือการมองเห็นแคบลงจะพบในผู้ป่วยต้อหินที่อยู่ในระยะรุนแรงแล้ว
    การวินิฉัยผู้ป่วยรายใดเป็น “ต้อหิน” หรือไม่จะทราบได้จากการตรวจตาโดยจักษุแพทย์ ร่วมกับการตรวจด้วยอุปกรณ์พิเศษเท่านั้น จึงแนะนำให้คนทั่วไปตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่มีความเสี่ยง

serv4_3
 

ชนิดของโรคต้อหิน

    1. ต้อหินมุมเปิด (Open-angle Glaucoma) ต้อหินมุมเปิดเรื้อรัง เป็นต้อหินชนิดที่พบมากที่สุดทั่วโลก ผู้ป่วยมักไม่มีอาการปวดตา ต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงระยะรุนแรงจึงจะมีอาการตามัว

    2. ต้อหินมุมปิด (Angle closure glaucoma) ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักมีอาการปวดตา ตาแดง ตามัว หากความดันตาสูงมากจะมีอาการปวดตาและปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะและทันเวลา จะทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวร ตาบอดได้ในเวลาไม่นาน

 

ความดันตากับโรคต้อหิน

     ในภาวะปกติ น้ำในลูกตาจะมีการสร้างและการระบายออกในระดับที่เหมาะสมกัน เพื่อคงให้ความดันลูกตาอยู่ในระดับปกติ 10-21 มิลลิเมตรปรอท ภาวะต่างๆ ที่ทำให้เกิดการสร้างหรือการระบายน้ำผิดปกติ จนทำให้เกิดความดันลูกตาสูงขึ้นจนเกิดการทำลายขั้วประสาทตา เกิดเป็นโรคต้อหินในที่สุด ดังนั้นแนวทางการักษาต้อหินในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การลดความดันลูกตาและแก้ไขสาเหตุของความผิดปกติ

แนวทางทางการรักษาโรคต้อหิน

มีการรักษาหลัก 3 วิธี ได้แก่

   1. การใช้ยาลดความดันตา ยารักษาต้อหินในปัจจุบันมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีวิธีการใช้ ข้อห้าม ข้อบ่งชี้ ผลข้างเคียงและประสิทธิภาพที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการใช้ยาต้อหิน ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ยาอย่างเคร่งครัด และสม่ำเสมอ

   2. การใช้แสงเลเซอร์ เลเซอร์ที่ใช้รักษาต้อหินมีหลายแบบ ซึ่งเหมาะสมกับการรักษาต้อหินแต่ละชนิดแตกต่างกันออกไป

   3. การผ่าตัด คือการทำทางระบายน้ำออกจากลูกตาเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยควบคุมความดันตา จะพิจารณาเมื่อการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น
   
   เป้าหมายในการรักษาต้อหิน คือ การป้องกันและยับยั้งไม่ให้มีการทำลายขั้วประสาทตาเพิ่มขึ้นการ วินิฉัยและรักษาต้อหินได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงสามารถลดโอกาสตาบอดของผู้ป่วยได้ เนื่องจากต้อหินเป็นโรคเรื้อรังจึงต้องรักษาระยะยาวผู้ป่วยจำเป็นต้องตรวจติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ และใช้ยาตามคำแนะนำอย่างเคร่งเครียด



โทรหาเราได้ที่

1609

พร้อมบริการทุกวัน 24 ชม.

สมัครรับข่าวสาร

สมัครรับข่าวสารอัพเดทจาก ศูนย์ตา สุวรรณภูมิ

หากท่านมีข้อคำถาม หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม
หรือพบปัญหาในการใช้งาน

สามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่

ศูนย์ตา สุวรรณภูมิ - โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 สุวรรณภูมิ

68/1-2 ถนนบางนา-ตราด กม.12 ตำบลคลองราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

โทรศัพท์ : 02-316-9561-2, 02-316-8345-9, 02-316-1698 แฟกซ์ : 02-751-1538-9